.
 

สาเหตุที่คุณยังหาไม่เจอ  เจ้ามะเร็งเอ๋ย
           ถึงแม้ว่าวงการแผนแผนใหม่ จะก้าวหน้าไปแค่ไหนก็ตาม  หากเราตั้งคำถามว่า.....". มะเร็งเกิด จากอะไร...... เ..อ้..อ......เรามักจะได้คำตอบที่ไม่ชัด......" โดยส่วนใหญ่จะใช้เครื่องมือตรวจหาปลายเหตุหรือผลของโรค แต่ต้นเหตุจริงๆแล้วคืออะไรล่ะ หมอบางคนอาจตอบว่า.......... จากบุหรี่เหล้า...บางคนไม่สูบบุหรี่และกินเหล้าทำไมยังเป็น..

อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย 

1มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้ 

2มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่อง ท้อง 

3มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ > มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง 

4มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาการ ปวด ตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง 

5มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่าง ฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

6มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด 

7มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ 

8มะเร็ง สมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มี อาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย 

9มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือ เป็นเวลานาน 

10มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้ 

11มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ 

12มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียก ว่า ซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่ 

13มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ ซึ่ง มีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษ ทิช ชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำ นั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้ 

14มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ ได้ เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา Melanoma  คือ เนื้อ งอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ

ที่กล่าวมาเป็นวิธีการสังเกตอาการของโรคมะเร็งในเบื้องต้น

เซลล์มะเร็งนั้น ปกติเกิดขึ้นในร่างกายเราประจำอยู่แล้ว  ด้วยหลายสมุฏฐาน  แม้ว่าคนๆนั้นมิได้สูบบุหรี่ และในที่สุดเซลล์มะเร็งจะถูกภูมิคุ้มกันของเราค้นหาและทำลายไป ไม่มีอะไรแปลกและใหม่.. มันคู่กับคนมานมนานแล้ว

 แต่ทว่าเมื่อราว ศตวรรษที่ 20 เริ่มมีผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้นทวีคูณ   ซึงก็คือผลจากการใช้สารเคมีสารพิษ ยาฆ่าแมลงต่างๆและสภาพอากาศที่ย่ำแย่ การใช้ชีวิตการทำงานแบบเร่งรัด มีความเครียดสูง การดัดแปลงพันธุกรรม ใช้สื่ออีเลคโทรนิค โคมไฟฟ้า ของเหล่านี้ เมื่อก่อน 200ปีผ่านมานั้นเราไม่มีใช้ ซึ่งมันมีผลต่อการทำงานของภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ความสามารถลดลงและสู่สภาวะไม่สมดุลย์ ในที่สุดมะเร็งก็ก่อตัวขึ้นเอาชนะภูมิเราได้

          มะเร็งไม่ใช่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากๆแต่อย่างใด หรือ สิ่งนี้คุณสามารถขจัดมันได้ คุณค่อย ๆทำให้ร่างกายคุณดีขึ้น ปราศจากมันได้... หากคุณปารถนา และให้เวลากับสุขภาพอย่างแท้จริง โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่ผิดๆ เช่น งดอาหารที่ไม่ควรจะกิน กลายเป็นชินธาตุ...... ขาดสารอาหาร เลิกกินยารักษาที่ไม่ถูกกับโรค ทำให้กลายเป็นอชินโรค ....เต็มไปด้วยพิษเคมี และในที่สุดความไม่สมดุลของธาตุทั้ง4ของร่างกายจึงเกิดขึ้น

  เราสัมผัสกับสารเคมีมาตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดโดยไม่รู้ตัว  หรือถูกยัดเยียดตั้งแต่ในโรงพยาบาล  คลอรีน คลอไรด์ในน้ำ  คลื่นไฟฟ้าจากเครื่องมือ  และของใช้อีเลคโทรนิค ยาฆ่าแมลง สารกันบูด  ฟอร์มารีนฉีดศพที่ปนมากับน้ำและอาหาร  อากาศที่เป็นมลพิษ  อาหารสำเร็จรูปเติมแต่งสารพัดและอีกหลายอย่างสุดจะกล่าว สิ่งเหล่านี้เป็นต้นตอให้เซลล์ในร่างกายเราทำหน้าที่ได้ไม่ปกติ และไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็น แถมยังเติมแต่พิษที่ปนมากับสารเติมแต่งในอาหารอีกด้วย  เซลล์ที่เกิดใหม่จึงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง และอนุมูลอิสระมากมาย

        ลำพังสิ่งที่มีพิษเหล่านี้ ก็ทำให้ท่านเป็นมะเร็งได้แล้ว บวกกับ การรับประทานอาหาร จำพวกสำเร็จรูปผ่านการพาสเจอไรซ์  ใช้เตาไมโครเวปอุ่นอาหาร  นิยมอาหาร ขยะฟาสต์ฟู้ด  อาหารเหล่านี้ถูกแปรสภาพจากธรรมชาติไปแล้ว  สารอาหารที่จำเป็นก็สลายลดน้อยไป   อีกทั้งแหล่งอาหารที่ปลูกผักและพืชก็ขาดธาตุที่จำเป็น เช่นนี้ทำให้ บางจุดในร่างกายก็มีภูมิคุ้มกันพอ  บางจุดขาดสารอาหาร  บางจุดมีสารพิษ  บางจุดมีอนุมูลที่ร่างกายไม่รู้จัก  บางจุดสภาวะไม่เหมาะสม เซลล์จึงตั้งต่อมพัฒนาไปเป็นมะเร็ง โตขึ้นใหญ่ขึ้นขาดความควบคุม

การนอนหลับพักผ่อนก็เช่นกัน ท่านทราบไหมว่าทำไมต้องมีกลางวันและกลางคืน ช่วงระยะเวลาก็พอๆ กัน ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ  กลางวันทำงานหาอาหารกิน  ส่วนกลางคืน ให้นอนหลับพักผ่อน   เพื่อให้ร่างกายนั้นได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ  และฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน  ซึ่งให้พร้อมที่จะดำรงชีพได้ในวันถัดไป  ท่านได้ปฏิบัติตามกฎธรรมชาตินี้ไหมครับ.........ไม่เลยมีแต่.......นอนหลับไม่เพียงพอ นอนกลางวันทำงานตอนกลางคืน ทำงานหนักและเครียดสะสมเกินไป........ ภูมิคุ้มกันเราย่อมถดถอยอย่างแน่นอน เอาชนะเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นไม่ได้  มันจึงก่อตัวและเจริญเติบโตขึ้น อีกอย่าง ประจวบกับพฤติกรรมของการบริโภคน้ำตาลมาก  เครื่องดื่มที่ทำจากน้ำตาล  หรือผสมน้ำตาล ยิ่งสนับสนุนให้มะเร็งนั้นโตขึ้น เพราะมันชอบอาหารเหล่านี้เป็นอย่างมาก

สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง

สรุปใจความสั้นๆ ง่ายๆได้ ไม่ต้องกล่าวอะไร ให้มันยุ่งยาก สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง คือ เป็นเพราะเซลล์ในร่างกายเราแปรสภาพกลายพันธ์(mutation) สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง  ขาดการควบคุม   ด้วยมีสาเหตุ  3 ประการ คือ

      1.สารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ (ทำให้ปัถวีธาตุพิการไฟธาตุหย่อน )

      2.มีสารพิษในร่างกายมากเกินไป (อชินธาตุ)

      3.เกิดการติดขัดของทางเดินของเลือดลม (ธาตุลมและธาตุน้ำหย่อน)

   ไม่ขออธิบายในรายละเอียด เพราะต้องใช้หลายหน้ากระดาษ กว่าคุณจะเข้าใจแม้แพทย์เองก็อาจไม่เข้าใจ ไม่แปลกครับ.. .......เพราะเราอ่านตำราคนละเล่ม สนใจแต่เพียงว่า มีวิธียับยั้ง และวิธีลดขนาดมันได้ มิให้มันเจริญเติบโตต่อไป ด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ดังจะกล่าวไปเบื้องหน้า ใจเย็น ๆๆครับ

ฆ่าอย่างไรถึงไม่ทำร้ายคุณ

          เป็นที่ทราบกันดีว่าวิธีรักษาตามปัจจุบันที่แพทย์แผนใหม่นิยมใช้กัน และฝรั่งเจ้าของวิธีการนี้มิได้พัฒนาให้ดีขึ้นใช้การรักษาแบบเดิม ๆ นั้นมาเป็นสิบๆปี   คือ  การให้คีโม (chemotherapy)  และการฉายแสง (radiation)  คีโมคือการให้เคมี ที่มีพิษต่อเซลล์มะเร็งโดยการฉีดหรือการกิน แต่มันก็มีพิษต่อร่างกายเราด้วย ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย  ซึ่งไม่น่าจะใช่การรักษาทีดี...ให้ชื่อเป็น การให้ยาพิษน่าจะเหมาะกว่า.... .........ส่วนการฉายแสงนั้น คือการฆ่าทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะจุด เจาะจงลงไป แต่มักทำลายได้ไม่หมด ทำลายได้ส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งทำลายไม่ถึง  และเซลล์ส่วนที่ทำลายไม่ถึงนี้กลับดื้อยาก  มีประสบการณ์ เข้มแข็ง ทวีความรุนแรงขึ้นในเวลาอันไม่ช้า........รักษายากกว่าเดิม........

     ท่านคงทราบนะหลังจากนั้นคืออะไร......บอกบางท่านที่อาจสงสัย....เงินทองที่เก็บมาทั้งชีวิตก็จะหมดไปกับการรักษา และเชิญกลับบ้านได้ ............เพราะหมดวิธีรักษา คือ คำตอบ พวกทายาทและครอบครัวลำบากต่อ ธรรมดาครับ  ยาพิษกินมันบ่อย ๆ ก็ตาย.... แถมแพงแสนแพง  และยังคงใช้กันอยู่ไม่รู้สักกี่ร้อยปีถึงตาสว่าง.....คุณคงสงสัยนะว่า......ทำไม????

         ปัญหามีอยู่ว่าเรามิได้เป็นตัวของตัวเอง  เอาแต่ตามตำรับตำราของฝรั่ง  ละเอียดดีครับ  ดีมากด้วยรู้ไปจนถึงอะตอม  แต่ไอ้ยาที่มี อย.  ทั้งหลายนี่ซิ . มีแต่รักษาไปเรื่อยๆตามอาการ...... รักษาแต่ปลายเหตุ  ต้นเหตุไม่รู้ ไม่มียา....... ก็ไม่หายซิครับ....คำตอบคือ ......มันคือธุรกิจ........หากผลิตยาที่รักษาได้หายเลยนั้น.....ธุรกิจยาก็ปิดโรงงานซิ...........มูลค่ากำไรยามหาศาลก็หายไป......หลายคนมีส่วนได้ส่วนเสีย.. เค้าจะทำทำไม........ แพทย์แผนใหม่เมื่อไม่มียาทำไงครับ.....ผ่าตัด......ทุกคนส่วนใหญ่จะจบด้วยผ่าตัด เอาอวัยวะอันนี้ออก อันโน้นออก ดัดแปลงไปต่างๆ   ดีชั่วคราว.... คุณก็หลงดีใจ แต่มะเร็งก็ไม่หายกลับมาเป็นใหม่อีกหนักกว่าเก่า มีทางออกไหม.??????...แล้วเราจะสู้กับมันอย่างไรถึงจะได้ผล........ไม่ยากครับหากเรารู้จักมองต่างมุม มองทางเลือกใหม่ คิดใหม่จินตนาการเลยครับ

กลยุทธ์การต่อสู้มะเร็ง

1.ให้เพิ่มออกซิเจน (O2)  ให้กับการสร้างพลังงานของเซลล์    จากการมี O2 ที่ไม่เพียงพอในโลหิต  ก็เป็นสาเหตุทีทำให้เกิดมะเร็งได้  เซลล์ปกติสร้างพลังงานโดยอาศัย  O2  แต่หากทางเดินของลม เกิดติดขัดไม่สามารถพัดเอาโลหิตไปเลี้ยงเซลล์ในที่อับบางส่วนได้  เพื่อความอยู่รอด เซลล์เหล่านี้ หันไปใช้พลังงานจากการหมักแทน...... ไม่จำเป็นต้องพึ่งO2 ซึ่งก็คือ การหมักน้ำตาลนั่นเอง แถมยังทิ้งของเสียไว้รอบๆเซลล์  เช่น กรดแลกติก ของเสียก่อตัวเป็นก้อนเป็นพังผืด  ขัดขวางทางเดินของโลหิตและลม ไม่รับรู้การสั่งการของประสาทอีกต่อไป

2.รักษาความเป็น กรด-ด่าง (pH) ของร่างกาย  โลหิตเราตามปกติ  จะมีสภาพเป็นด่างอยู่เล็กน้อย เอาไว้ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ มิให้เติบโตได้   ถ้าเราบริโภคอาหารไม่เป็นไม่รู้  หรือมีพฤติกรรม เช่นปัจจุบันนี้ คือ รับประทานเนื้อสัตว์ และน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่      ทั้งๆ ที่เรามิได้มีเขี้ยว เพื่อฉีกเนื้อเหมือนเสือแต่อย่างใด..... เนื้อสัตว์ใหญ่ไม่ใช่อาหารของเราตามธรรมชาติ.... อีกทั้งชอบอาหารขยะตามฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย ประกอบกับเบื่อหน่าย ไม่รับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้....ซึ่งสิ่งเหล่านี้  เราควรจะรับประทานเป็นหลัก กลับไม่ทำ... จึงทำให้สภาพร่างกายของเราเป็นกรด เอ็นไซม์ต่างๆ พากันตาย ซึ่งเป็นสภาวะที่เซลล์มะเร็งชอบมาก  เอื้อให้มะเร็งเจริญเติบโต และก่อโรคต่างๆได้อีกมาก เช่น  เบาหวาน โรคข้ออักเสบ  ปวดตามร่างกาย เป็นต้น การกินยาในขณะที่อาโปธาตุมีปะระเมหะนั้น เปรียบเสมือน........เราว่ายน้ำไปในคลองน้ำเน่า จะว่ายไปถึงอีกฝั่งนั้นย่อมไม่ประสบผล จมน้ำตายเสียก่อน.... เราจำเป็นที่จะต้องปรับธาตุให้บริบูรณ์ก่อน เพื่อทำทางให้ยาออกฤทธิได้ถึงจุดเต็มประสิทธิภาพ

3.ยีสต์ และ เชื้อรา หากมีมากในร่างกาย   มันจะทำให้มีของเสียมากขึ้น  เช่น พวก เอทธานอล มักทำให้เราอ่อนเพลีย ทำลายเอ็นไซม์ที่ช่วยเซลล์สร้างพลังงาน ปล่อยอนุมูลอิสระ  ทำลาย DNAของเรา อีกทั้งยังลดการดูดซึมของธาตุเหล็ก ซึ่งจำเป็นสำหรับเม็ดเลือดแดง......นำพา O2ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทำให้ร่างกายเราขาดO2    อำนวยให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้  การลดปริมาณยีสต์ และเชื้อราให้น้อยที่สุด ได้จึงเป็นทางหนึ่งที่จะรักษาโรคมะเร็งได้

4.สารพิษ สารเคมี ก็  คือสาเหตุหนึ่ง  สารเคมีสังเคราะห์ต่าง ๆ ร่างกายเราไม่รู้จัก  มันรู้แต่สิ่งที่เป็นธรรมชาติเท่านั้น แต่เมื่อผ่านมาไม่กี่ปีนี้  วงการอาหาร เครื่องสำอาง และยา   กับ ให้เราบริโภคสารพิษสารเคมีต่าง ๆ  มากมาย โดยหวังความสะดวกในการขนส่ง  ยืดอายุการวางสินค้า และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง.... ร่างกายเราขจัดมันออกได้ไม่หมด  สะสมอนุมูลอิสระเกิดการทำลายเซลล์ที่ดี เมื่อนานเข้าเซลล์ก็พัฒนาเป็นเชื้อมะเร็งได้  อีกประการการดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ผลดก  ผลใหญ่ ขายได้ราคา อีกทั้งมีการฉายแสงผลผลิตเหล่านั้น....... เพื่อมิให้นำไปเพาะพันธ์เองได้  เมื่อเรารับประทานเข้าไป  พันธุกรรมเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายกลายเป็นมะเร็ง  เมื่อนำพืชเหล่านี้ไปเป็นอาหารสัตว์  เรานำเนื้อและนมสัตว์มาเป็นอาหาร ผลลัพธ์จะได้เช่นกัน .......นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายไม่ควรทำเช่นนั้นเลย......สารพิษ และโลหะหนักปนเปื้อนกับสิ่งแวดล้อม ในแม่น้ำ  สารอุดฟัน  วัคซีน(สารผสมในวัคซีน เพื่อยืดอายุวัคซีน) ยาบางขนาน ปลาบางชนิด เมื่อไม่นานผ่านมา 40-50ปี เราสามารถดื่มน้ำฝน ดื่มน้ำในคลองอย่างสบายมีรสชาติอร่อย จนมีประเพณีลอยกระทง ทุกๆปี  เพื่อ ขอบคุณ แม่พระคงคา....ปัจจุบันมีใครบ้างที่กล้าดื่ม......คุณล่ะกล้าไหม? ..................น้ำปนเปื้อนสารเคมีจากปุ๋ยยาฆ่าแมลง...... คลอรีน และของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ  จนสภาพแย่สุดๆ แล้ว นี่คือสิ่งที่เราทิ้งมรดกไว้ให้ลูกให้หลาน ซึ่งเป็นมรดกที่ไม่น่ารับแต่อย่างใด การขจัดสารพิษออก และหลีกเลี่ยง จึงสามารถรักษาต้นเหตุการเกิดมะเร็งได้อีกวิธีหนึ่ง

5.คลอรีนในน้ำประปา แปลกใจใช่ไหม????????   เราใช้มันมานานมากในการฆ่าเชื้อทำน้ำประปา ไม่ใช่เพราะว่ามันดีหลอก   ใช้เพราะมันถูกต่างหาก........   มันเป็นสาเหตุสำคัญเช่นกันที่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง  เพราะเมื่อคลอรีนผสมปนกับน้ำ คลอรีนจะรวมตัวกับสารประกอบตัวอื่น ที่ปนอยู่ในน้ำ สารประกอบที่เกิดใหม่   นี่แหละ  เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ  จะสร้างความเสียหายต่อเซลล์  ผนวกกับสภาพ O2ต่ำ และโลหิตเป็นกรด จะทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม  มะเร็งต่อมลูกหมาก   เราควรจัดการกับน้ำที่เราใช้  ที่เรารับประทานให้สะอาดโดยปราศจากคลอรีน

6.ระดับเอ็นไซม์ต่ำเกินไป มักพบในผู้ที่เป็นมะเร็ง หรือกล่าวในนัยของการแพทย์แผนไทย คือ ผู้ที่มีธาตุไฟหย่อน  คือ  พัทธะปิตตะ และอพัทธะปิตตะ หย่อน  สาเหตุ  ที่ทำให้เป็นเช่นนี้เพราะปัจจุบัน เรานิยมรับประทานอาหารกล่องสำเร็จรูป  อาหารปรุงสุกจัดๆอาหารปรุง หรืออุ่นด้วยเตาไมโครเวป  ซึ่งทำให้เอ็นไซม์ที่มีอยู่ในอาหารตายไปสิ้น.... หมดเอ็นไซม์ที่ธรรมชาติมอบให้มา อีกทั้งเอ็นไซม์จากร่างกายที่ผลิตเองนั้น  มันเหมาะสมกับย่อยอาหารสดจากธรรมชาติมากกว่าอาหารปรุงสุก เมื่ออาหารย่อยในกระเพาะได้ไม่ดี ผู้รับช่วงต่อคือลำไส้น้อยลำไส้ต้องรับภาระหนักต่อ สิ้นเปลืองเอ็นไซม์ที่ต้องผลิตเองจากตับ นานวันเข้า......เอ็นไซม์ที่ต้องนำไปใช้ในขบวนการอื่นๆของร่างกายจึงพร่องลง ๆ  ไม่พอที่จะย่อยกาก และของเสียในร่างกาย......  รวมทั้งไม่พอที่จะย่อยสลายเซลล์มะเร็งได้  การปรับธาตุไฟให้บริบูรณ์ จึงเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งได้

7.ขาดสารอาหาร ก็ใช่สาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งเช่นกัน ถึงแม้ในว่าปัจจุบันนี้เรารับประทานอาหารมากก็จริง แต่สารตั้งต้นในอาหารนั้นพร่องอยู่ เช่น วิตามิน A,B,C,D,E,ธาตุแคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม ธาตุเหล็ก และกากใย  โดยเฉพาะธาตุแมกนีเซี่ยม วิตามิน B12 และ Dนี้ เราขาดเอามากๆ การขาดวิตามินเพราะพฤติกรรมกลัวโดนแดดกลัวผิวคล้ำไม่สวย นี้คือ การฝืนธรรมชาติที่ได้ออกแบบไว้ สังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดด  ขาดสารอาหาร ที่ได้จากผักและผลไม้  บางท่านไม่รับประทานเลยก็มี   ขาดวิตามินบีและวิตตามินดีในหญิงผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม  และขาดวิตามินดีในผู้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งโพรงกระดูกคอ เป็นต้น

8.ยังมีอีกหลายวิธี  เอาชนะ   โรคมะเร็ง เช่น ออกกำลังกาย  ใช้สมุนไพร  ทำสมาธิ  แผ่ส่วนบุญส่วนกุศล เป็นต้น สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งก็ได้กล่าวมาแล้ว.....มันมีวิธีรักษาไหมล่ะ...มีไหมครับ...บอกมา

ท่านคงตั้งคำถาม....ขอบอกว่ามันขึ้นอยู่กับคุณจะเลือกจะตัดสินใจ.....ซ้ายหรือขวา เหนือหรือใต้ แล้วแต่ครับ ในการเชื่อสิ่งใดขอให้ใช้ หลักกาลมสูตร คลิ๊กเพื่อฟังคำสอน

มะเร็งเอ๋ยเจ้าจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด

ปรกติสุขนั้น เราไม่ควรที่จะเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย แน่นอนนั่นคือศีลข้อที่หนึ่งในห้าข้อที่ควรปฏิบัติ  สำหรับผู้ที่เป็นโรคมะเร็งนั้น  ท่านย่อมได้ทำกรรมนี้ไว้แต่กาลก่อน โดยไม่รู้ตัว หรือ ไม่ก็เกิดแต่ในอดีตชาติ เอาล่ะ บางท่านอาจจะค้านบางท่านก็เห็นด้วย บางท่านจึงทำกรรมผิดๆ ซ้ำขึ้นอีก  เช่นยอมใช้ยาพิษคีโมฆ่ามัน  ฉายแสงทำลายมัน  ท่านคงไม่ทราบว่านั่นคือการกระตุ้นให้โรคนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม  กรรมเก่า บวกกรรมใหม่แสดงผลชัดเจนและเร็วขึ้นกว่ามาก โรคนั้นเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่ ระบบน้ำเหลือง เข้าสู่โลหิต สู่อาโปธาตุทั้ง 12ประการ และปัถวีธาตุอื่นๆ ต้องจบชีวิตในระยะเวลาอันสั้น เป็นที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่น่าเป็นเช่นนั้นเลย

                                                            บทความโดยเภสัชกรและแพทย์แผนไทย  
                                                                        พท.ภ.พท.ว.รุจิภาส ทำดี













































































คลิ๊กนี้มีความหมาย

 

Copyright (c) 2006 by Rujipass